บทความต่างๆ

ทำไมช่างแอร์ชอบหลอกกินน้ำยา ????

ทำไมช่างแอร์หลายๆจ้าว……
ชอบหลอกหากินบอกว่าน้ำยาขาด
แล้วบวกจากค่าล้างอีกทั้งๆที่มันไม่ขาด

คำถามด้านบนเป็นคำถามที่ค่อนข้าง
เป็นประเด็นกับลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง
วันนี้เราจะมาอธิบายกันถึงประเด็นนี้ครับ
.
.
คำถามคือ แล้วลูกค้ารู้ได้ยังไงครับ
ว่า ไม่ขาด ????
.
ช่างบางคนก็บอกความจริงไปว่าขาดจริง
แต่ลูกค้ามักจะเหมารวมกันเอาว่า
เป็นการหลอกเติมน้ำยาจากช่าง
เพราะได้หาข้อมูลมาว่าแอร์เป็นระบบปิด
น้ำยาไม่มีทางรั่วไหล
.
ถูกต้องครับ !!!
แอร์เป็นระบบปิดน้ำยาไม่มีทางรั่วไหลจริง
แต่นั้นเป็นระบบในอุดมคติ ครับ
.
.
ในชีวิตจริงเราอุปกรณ์ทุกชนิด
มีการเสื่อมสภาพไม่เว้นแม้แต่ท่อทองแดงก็ตาม
ดังนั้นการซึมผ่านก็มีโอกาสเป็นไปได้
แม้จะน้อยมากก็ตาม
.
แต่ต้องยอมรับปัจจัยที่มีผลหลักๆจะเกิดจาก
ฝีมือช่างที่ทำการติดตั้งว่าดีหรือไม่ดี
ถ้าติดตั้งได้ดีอาจจะเกิดการรั่วไหลได้ต่ำมาก
แต่บางคนน่าจะเคยเจอติด 3 เดือน
น้ำยาไม่เหลือเลยก็มีครับ
.
.
อีกปัจจัยที่เป็นไปได้คือผู้ผลิตครับ
แอร์เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากเครื่องจักร
ดังนั้นมีโอกาสผิดพลาดอยู่บ้าง
ช่างแอร์หลายๆคนก็เคยเจอว่า
แอร์ใหม่รั่วจากโรงงานก็มีครับ
.
.
กลับมาที่คำถามตอนแรกที่ผมถามไป
แล้วลูกค้าจะรู้ได้ยังไงว่าน้ำยาแอร์
ขาดหรือไม่ ???
.
อันนี้แนะนำให้ลูกค้าพิจารณาจากความรู้สึก
ได้เลยครับ ถ้าแอร์ไม่เย็นหรือเย็นน้อย
ก็บอกช่างให้ช่วยเช็คน้ำยาหน่อย
แล้วถ้าต้องเติมให้แจ้งก่อนเติม
เพราะจะดูเงินก่อนว่าพอหรือไม่
.
ซึ่งตามปกติแล้วหลังล้างแอร์
ช่างจะแจ้งลูกค้าก่อนว่าน้ำยาเป็นยังไง
ต้องเติมหรือไม่
การจะเติมหรือไม่ก็เป็นสิทธิของลูกค้า
เพราะมันต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
.
ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าแอร์เย็นพอแล้ว
บอกช่างให้ไม่เติมก็ได้ครับ ไม่ได้ผิดอะไร
เพราะแอร์ตัวนั้นเป็นทรัพย์สินของท่านเอง
.
“อย่าลืมว่าเงินเป็นของท่าน
ท่านเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินใจ”
.
.
บางคนอาจจะเคยเจอช่างที่ล้างเสร็จแล้ว
มาเก็บเงินขอค่าน้ำยาเพิ่ม
พวกนี้ไม่มีจรรยาบรรณการทำงาน
ทำงานโกงลูกค้าครับ
ใช้บริการครั้งนั้นแล้วก็แนะนำให้เลิกใช้ไปเลย
.
ถ้าท่านใดมีปัญหากับการหาช่าง
ในพื้นที่ก็ลองติดต่อไปที่
สมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทยดู
แล้วขอรายชื่อสมาชิกแนะนำในพื้นที่
ของท่านจากที่สมาคมได้เลย