DIGITAL TIMER คืออะไร?
Mode A กับ B ใช้ต่างกันอย่างไร?

ไทม์เมอร์แบบดิจิทัล (Digital Timer)

เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง
ที่ถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ชี้นำ
(pilot device)
ในระบบควบคุมแบบอัติโนมัติ
(Automation Systems)

เพื่อใช้ในการควบคุม
หรือตั้งเวลาการทำงาน
ของเครื่องจักร
หรือกระบวนการผลิตต่าง ๆ
ในงานอุตสาหกรรม

เช่น
ตั้งไทม์เมอร์ในการควบคุมระยะเวลา
ในการทำงานของมอเตอร์
ตั้งเวลาในการสตาร์ทและหยุดมอเตอร์
เป็นต้น

เพื่อให้สามารถนำไทม์เมอร์แบบดิจิทัล
มาต่อใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
และสามารใช้งานได้อย่างหลายหลาย
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบ
หลักการทำงานของ MODE A-B

หมายเลข 1
คือ toggle switch
เพื่อเลือก mode การทำงาน
ให้เป็น MODE A หรือ MODE B

หมายเลข 2
คือ ไดอะแกรมแสดงความสัมพันธ์
ของ MODE A หรือ MODE B
กับหน้าสัมผัสของ TIMER

DIGITAL TIMER TYPE : AH3D-DM
ประกอบด้วยหน้าสัมผัสใช้งาน 4 สัมผัส
คือ
หน้าสัมผัส 1-3 (NO)
หน้าสัมผัส 1-4 (NC)
หน้าสัมผัส 8-5 (NC)
หน้าสัมผัส 8-6 (NO)

การทำงานใน MODE A
เมื่อจ่ายไฟเลี้ยง
เข้าที่ขา 2 และ 7 ของ TIMER
เมื่อ TIMER นับถึงเวลาที่ตั้งไว้
หน้าสัมผัสทั้ง 4
จะเปลี่ยนเป็นสถานะตรงข้าม
คือ
หน้าสัมผัส 1-3 (NO) จะต่อถึงกัน
หน้าสัมผัส 1-4 (NC) จะแยกออกจากกัน
หน้าสัมผัส 8-5 (NC) จะแยกออกจากกัน
หน้าสัมผัส 8-6 (NO) จะต่อถึงกัน
หน้าสัมผัสทั้ง 4
จะคืนสถานะเมื่อตัดไฟเลี้ยง
ที่ขา 2 และ 7 ของ TIMER

การทำงานใน MODE B
เมื่อจ่ายไฟเลี้ยง
เข้าที่ขา 2 และ 7 ของ TIMER
เมื่อ TIMER เริ่มนับ
หน้าสัมผัส 2 ชุด
จะเปลี่ยนเป็นสถานะตรงข้ามทันที
จะไม่รอเวลาที่ตั้งไว้
คือ
หน้าสัมผัส 1-3 (NO) จะต่อถึงกัน
หน้าสัมผัส 1-4 (NC) จะแยกออกจากกัน
เมื่อ TIMER นับถึงเวลาที่ตั้งไว้
หน้าสัมผัสอีก 2 ชุด
จะเปลี่ยนเป็นสถานะตรงข้าม
คือ
หน้าสัมผัส 8-5 (NC) จะแยกออกจากกัน
หน้าสัมผัส 8-6 (NO) จะต่อถึงกัน
หน้าสัมผัสทั้ง 4
จะคืนสถานะเมื่อตัดไฟเลี้ยง
ที่ขา 2 และ 7 ของ TIMER

*หมายเหตุ*
MODE B หน้าสัมผัส 1-3 และ 1-4
จะทำหน้าที่เหมือน Relay
ไม่สามารถหน่วยเวลาได้

รับชม VDO อธิบายโหมดการทำงาน Timer Control

ท่านไหน สนใจ เรียน
หลักสูตรช่างไฟฟ้าคอนโทรล
กับทางโรงเรียน

สามารถโทรเข้ามา
 ได้ที่เบอร์ 081-407-6084 

โรงเรียนศูนย์ฝึกวิชาชีพระยะสั้น ควบคุมโดย กระทรวงศึกษาธิการ
และ ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน
เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน

เรียนที่เรา
” รู้จริง ทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง ”