
เครื่องวัดความต้านทานหลักดินคืออะไร?
เครื่องวัดความต้านทานหลักดิน
หรือ Earth Resistance Tester
เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบค่าความต้านทาน
ของระบบกราวด์หรือหลักดิน
ว่ามีประสิทธิภาพในการระบายกระแสไฟฟ้าลงดินได้ดีเพียงใด
หน้าที่ของเครื่องวัดความต้านทานหลักดิน
1. ตรวจสอบค่าความต้านทานของหลักดิน
2. ประเมินประสิทธิภาพระบบกราวด์ของอาคาร ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
3. ช่วยให้มั่นใจว่าระบบกราวด์ปลอดภัยตามมาตรฐาน เช่น IEC, IEEE หรือมาตรฐาน วสท.
หลักการทำงาน
เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก
ลงไปในดินผ่านแท่งกราวด์
แล้ววัดแรงดันตกคร่อม
เพื่อคำนวณค่าความต้านทานตามกฎของโอห์ม
R = V/I
โดยที่ คือค่าความต้านทานหลักดิน
หน่วยเป็นโอห์ม (Ω)
วิธีวัดความต้านทานหลักดินแบบ 3 จุด

จากภาพข้างต้นเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป
ต้องใช้แท่งหลักดินต่อกับขั้ว E เครื่องวัด
และแท่งช่วยวัดทดสอบอีก 2 แท่ง
ต่อกับขั้ว C และ P ของเครื่องวัดดังรูป
โดยมีวิธีการต่อสายวัดดังนี้
จุดตำแหน่ง E (สายโพรบสีเขียว)
ต่อกับขั้วหลักดินที่ต้องการวัด
จุดตำแหน่ง P (สายโพรบสีเหลือง)
ต่อกับแท่งวัดแรงดัน (Potential Probe)
โดยต้องปักให้ห่างจากจุด E ที่ระยะ 5-10 เมตร
จุดตำแหน่ง C (สายโพรบสีแดง)
ต่อกับแท่งจ่ายกระแส (Current Probe)
โดยต้องปักให้ห่างจากจุด P ที่ระยะ 5-10 เมตร
วิธีการวัดค่าความต้านทานดิน
เลือกย่านวัดโอห์มให้เหมาะสม
และกดปุ่ม Test ทดสอบและอ่านค่า
ซึ่งค่าความต้านทานทานของแท่งหลักดิน
ตามมาตฐานของ วสท. ต้องไม่เกิน 5 โอห์ม
ข้อดี
เครื่องวัดแบบนี้ แม่นยำสูง
และเป็นวิธีมาตรฐาน
ที่การไฟฟ้าใช้ในงานตรวจสอบ
ค่าความต้านทานหลักดินจริง
ข้อเสีย
ต้องทำการปักแท่งช่วยวัดลงในดิน
และต้องมีพื้นที่มากพอ
เพื่อให้ได้ระยะการวัดตามที่กำหนด
ในคู่มือของเครื่องมือวัด
